curtain top

  ; อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน
ภาษา


บริษัทถูกและดี ผ้าม่านและตบแต่งจำกัด

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 3032633536
เลขทะเบียนการค้า 0105550047984


ผ้าม่าน

ถูกและดี
วิธีการวัด :
แบบผ้าม่าน:
ม่านจีบ :
ม่านตาไก่:
ม่านคอกระเช้า :
ม่านพับโรมัน:
ตัวอย่างผ้า:
ตามสี:
ตามสไตล์ :
คำนวนราคา :
รางผ้าม่าน :
หัวม่านหลุยส์

ม่านม้วน
a
ม่านม้วนแบล็คเอ้าท์ :
ม่านม้วนแชงกรีล่า:
ม่านม้วนเมจิกสกรีน:
ม่านไม้ไผ่ :
เยื่อไม้ธรรมชาติ:

ม่านปรับแสง
a
ม่านปรับแสง แนวตั้ง
:
มู่ลี่
a
มู่ลี่ อลูมิเนียม
:
มู่ลี่ไม้:

พรม

a

วอลเปเปอร์
a

ฉากกั้นห้อง:
a

อุปกรณ์เสริม

a
อุปกรณ์ประดับม่าน :

สินค้าตบแต่งอื่นๆ
a
ระบบรีโมท รั้วบ้าน :
a
ประโยชน์ของผ้าม่าน

 
  ผ้าม่าน พรม  
บ้านใหม่ ตามหลักฮวงจุ้ย

ซินแสแนะวิธีหนีความจน ดูฮวงจุ้ยก่อนซื้อบ้านใหม่


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 กุมภาพันธ์ 2547 17:35 น.


ผู้จัดการรายสัปดาห์ - ซินแสชื่อดังแนะวิธีหลีกหนี "ความจน"ด้วยการนำเคล็ดวิชา "ฮวงจุ้ย" มาใช้พิจารณาในการซื้อบ้านใหม่ ระบุปี 2547-2566 เป็นปีทองของคนเกิดปี
พ.ศ.2494-2508 ชี้มีสิทธิ์ "รวยเละ" ถ้าเลือก "ทำเล" บ้านตามตำรา

"ฮวงจุ้ย"คืออะไร!?

ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ เป็นหลักวิชาว่าด้วยการพิจารณาทำเลหรือชัยภูมิที่ดีที่ นำโชคมาสู่ผู้ที่อยู่ ณ ทำเลที่ถูกต้องตามหลักที่กำหนดซึ่งมีความจะเกี่ยวข้อง กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฮวงจุ้ยถือเป็นภูมิปัญญาของชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อขนบประเพณีและศาสนาที่เรียนรู้และบันทึกสืบทอดมานับพันๆ ปี

จากวิทยานิพนธ์มนุษยวิทยามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของ ณัฐธิดา สุขมนัส เรื่อง"ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยในวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพมหานคร"ได้แยกการวิธีการดูฮวงจุ้ย ออกเป็น 2 รูปแบบคือ ฮวงจุ้ยภายในอาคารและฮวงจุ้ยภายนอกอาคาร

ฮวงจุ้ยภายในอาคาร จะพิจารณาถึงอิทธิพลของพลังชี่(ลม)ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้อยู่อาศัยภายในอาคาร โดยต้องดูอย่างละเอียดทุกเรื่อง ตั้งแต่ประตู หน้าต่าง คาน มุมเสา
บันได ห้องต่างๆ ตั้งแต่ ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ไปจนถึงการดูชะตาของเจ้าของบ้าน ดูลักษณะต่างๆ ดูแสง ทิศทาง การถ่ายเทอากาศ ตำแหน่ง
ดูละเอียดจนถึงการวางเตียง วางโต๊ะทำงาน โต๊ะอาหาร ฯลฯ

ส่วน ฮวงจุ้ย ภายนอกอาคาร จะดูจาก ชัยภูมิที่ตั้งรอบๆอาคาร ตำแหน่งที่ตั้งอาคาร รูปทรงอาคาร และสภาพแวดล้อมที่อยู่ใกล้เคียงทั้งหมด

จะเห็นได้จากคนจีนที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทยส่วนใหญ่จะประกอบธุรกิจ ค้าขายจะต้องดูชัยภูมิในการตั้งร้านค้า การเลือกทำเลประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูเรื่องทรงอาคาร เพราะความเชื่อในทางฮวงจุ้ย อาคารเปรียบเหมือนภูเขาจึงมีผล มีอิทธิพลต่อผู้อยู่ในอาคารมีผลต่อการประกอบธุรกิจ

ส่วนรูปทรงอาคารสัมพันธ์กับธาตุทั้ง 5

ธาตุไฟ คือรูปอาคารเป็นปิระมิดหรือเป็นหยักหรือหลังคาแหลม

ธาตุดิน รูปอาคารเป็นสี่เหลี่ยมด้านเท่าหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ธาตุน้ำ รูปทรงไม่แน่นอนตามลักษณะของน้ำไหล

ธาตุไม้ รูปทรงลักษณะยาวสูง (เพศผู้) ถ้าแตกกิ่งก้านถือเป็น เพศเมีย ตึกสี่เหลี่ยมสูงตระหง่านถือเป็นธาตุไม้ด้วย

ธาตุทอง รูปทรงเป็นวงกลมหรือครึ่งวงกลม รูปทรงอาคารมีส่วน ส่งเสริมการค้าหรือธุรกิจซึ่งอาคารธาตุทองรูปทรงกลมหรือครึ่งวงกลม เป็นลักษณะรวม ดึงคนมารวมกัน
เหมาะที่จะเป็นห้องประชุม โรงภาพยนตร์ (อาคารหัวลำโพง) อาคารธาตุไฟ ที่มีทรงสามเหลี่ยมหรือยอดแหลมเหมาะกับอาชีพราชการ นักร้องนักแสดง งานศิลปะ
การค้าขายหุ้น กิจการ แปรรูปน้ำมัน เป็นต้น

ซินแสเผยเคล็ดวิชา

ขณะที่อาจารย์ กิตติพงษ์ ปังศรีวินิจ หนึ่งในซินแสชื่อดังของเมืองไทย เปิดเผยกับ"ผู้จัดการรายสัปดาห์"ถึงเคล็ดวิชา"ฮวงจุ้ย"ว่า วิชานี้นั้นมีระบบมาจากกฎของธรรมชาติ
เกี่ยวกับ ฟ้า ดิน และบุคคล หมายถึงบทบาทหรือ อิทธิพลของสภาพ แวดล้อมทางธรรมชาติที่มีผลกระทบต่อบุคคล

"ฮวง แปลว่า ลม จุ้ย แปลว่า น้ำ ทั้งสองเป็นส่วนประกอบธรรมชาติ ซึ่งแบ่งเป็นอิม เอี๊ยง ( หรือ หยิน- หยาง ) อันเกิดจาก 5 ธาตุ มีบทบาทเกื้อหนุนกัน และหักล้างกัน "



หลายคนคงสงสัยว่าทำไม!?วิธีการของวิชาฮวงจุ้ยจึงสามารถกำหนดชะตากรรมได้อาจารย์กิตติพงษ์ อธิบายว่า โดยธรรมชาติแล้ว ผู้แข็งแรง จะผลักดัน ผู้อ่อนแอกว่า
ผู้ฉลาด จะผลักดัน ผู้ด้อยฉลาด ผู้มีบารมี จะผลักดัน ผู้ด้อยบารมี และ ฟ้าดินจะผลักดันสรรพสิ่งบนโลก ดังนั้นปรมาจารย์ในอดีตจึงได้รวบรวมอิทธิพลของฟ้าดินเป็นวิชาฮวงจุ้ยโดยใช้องค์ประกอบหลักคือ ชัยภูมิ ทิศทาง ฤดูกาล และดวงชะตา เป็นตัวหลักในการพิจารณา

แนะซื้อบ้านรับโชค 2547

แม้จะเข้าสู่ยุคดิจิตอลแต่เคล็ดวิชาตามศาสตร์"ฮวงจุ้ย"ยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของคนในยุคนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการซื้อบ้านในสังคมเมือง "บ้านจัดสรร"และ"คอนโดมิเนียม"จึงเป็นทางเอันดับต้นๆที่คนกลุ่มนี้จะเลือกเป็น"บ้าน"ในอนาคต

การพึ่งพิงศาสตร์ฮวงจุ้ยจึงถือเป็นหนทางสร้าง"กำลังใจ"ที่ดีอีกทางหนึ่ง

อาจารย์กิตติพงษ์ กล่าวว่าคำถามที่บรรดา"ซินแส"ถูกถามบ่อยๆจากคนทั่วไปคือ"ซื้อบ้านอย่างไรถึงจะมีโชคลาภ" ซึ่งในศาสตร์"ฮวงจุ้ย"ได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าใครหาจุดโชคลาภพบและรู้วิธีกระตุ้นจุดโชคลาภก็จะส่งผลดีในเรื่องภาวะเงินทองของเจ้าของบ้านได้

วิธีการหาโชคลาภตามหลักวิชาฮวงจุ้ย ซินแสส่วนใหญ่จะพิจารณาจากตำแหน่งของชัยภูมิทั้ง 4 ด้านเข้าโดยกำหนดให้"สัตว์มงคล"ตามความเชื่อของชาวจีนโบราณ
เป็นตัวแทนคือ เสือ (แทนความหมายของบารมี) หมายถึงถึงทิศตะวันตก มังกร(แทนความหมายของอำนาจ) หมายถึงทิศตะวันออก หงส์(แทนความหมายของโชคลาภ)
หมายถึงทิศใต้ และเต่า(แทนความหมายความมั่นคง)หมายถึง ทิศเหนือ

"ตำแหน่ง หงส์ จึงถือเป็นทิศ ที่ดีที่สุดในตำรา ฮวงจุ้ยโบราณ ชาวจีนสมัยก่อนจึงนิยมสร้างบ้านหันไปทางทิศใต้เสมอ ตำแหน่งหงส์ ตามหลักชัยภูมิจะอยู่บริเวณ เพราะหน้าบ้านถือเป็นจุดผ่านของพลังชี่ที่จะไหลเข้าสู่บ้าน ชี่ หรือโชคลาภจะดีหรือไม่ดีนั้น ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะบริเวณหน้าบ้าน ถ้าหน้าบ้านใครมีลักษณะที่ไม่ดี
โชคลาภก็ไม่ไหลเข้าบ้าน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอับโชค"เขาระบุ

สำหรับคนที่ต้องการซื้อบ้านในช่วงปี 2547 ถึงปี 2566 ให้เลือกบ้านที่หันหน้าไปทางทิศอิสาน(ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)เพราะตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นตามหลักโหราศาสตร์จีนแล้วเชื่อกันว่าไปจะมีดาวโชค 9 ดวงจะหมุนเวียนมาบรรจบกันที่ทิศอิสานซึ่งผู้ที่เกิดในปี พ.ศ.2497 - 2508 ถ้าเลือกซื้อบ้านที่หันไปทิศอิสานจะได้รับโชคลาภอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามหากผู้ที่ซื้อบ้านแล้วและหน้าบ้านไม่ได้หันไปตามทิศทางของดาวโชคก็สามารถจะแก้ไขด้วยการให้คนในบ้านนำ"ดวงชะตา"มาตรวจสอบเพื่อหาธาตุ
ที่ตกฟากเพื่อปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยให้ดีขึ้น

รู้อย่างไรว่า"ฮวงจุ้ย"จะดีหรือเสีย

อาจารย์กิตติพงษ์ ได้อธิบายถึง ลักษณะของบ้านที่เข้าข่าย"เสีย"ตามศาสตร์ ฮวงจุ้ยว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องดูถนนที่ตัดผ่านหน้าบ้านก่อนว่าเป็น "ถนนวิ่งหนีจาก"
หรือไม่ (หน้าบ้านตั้งอยู่ บริเวณ ทางโค้ง) เพราะบ้านที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ จะมีกระแสชี่ที่ไหลอยู่บริเวณนั้น จะวิ่งหนีออกไป



จากนั้นจะพิจารณาดูลักษณะแวดล้อมหรือสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับบ้าน เช่น บ้านที่มีหน้าบ้านอุดตัน เช่น มีอาคารสูงอยู่ตรงข้าม มีเสาไฟฟ้าแรงสูง มีต้นไม้ใหญ่ขวางทางเข้าบ้าน ทำให้พลังชี่ไหลเข้าไม่สะดวก เป็นการปิดบังโชคลาภ

ถนนหน้าบ้านเป็นรูปคันเบ็ด หรือเป็นลักษณะ หักมุมเข้าสู่บ้าน ในตำราระบุเอาไว้ว่า โชคลาภจะวิบัติ ทรัพย์สมบัติ ไม่เหลือ ลักษณะถนนแบบนี้ จะส่งผลให้พลังชี่ไหล
เวียนไม่สะดวก เพราะมี ลักษณะที่หักมุมมาก เกินไป และที่สำคัญ ถนนจะพุ่งเข้าสู่บ้าน เหมือนตะขอเกี่ยวเบ็ด บ้านเลยไม่ต่างไปจาก ปลาที่ติดเบ็ดที่ต้องรอวันตายอย่างเดียว และถ้าหน้าบ้านใดมีสิ่งปฏิกูลเน่าเหม็น กองขยะ น้ำเน่าเสีย โรงงาน โรงชำแหละสัตว์ ฟาร์มสัตว์ต่างๆ ที่ไม่ดูแลความสะอาดให้ดีพอ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว
จะทำให้พลังชี่ไหลหนีไปหมด

ส่วคนที่มีหน้าบ้านลักษณะทึบตัน บ้านที่ก่อกำแพงทึบ แถมประตูรั้วบ้านยังมีลักษณะ ทึบ เวลาอยู่นอกบ้าน มองเข้าไปไม่เห็นตัวบ้านเห็นแต่กำแพง ทึบทั้งสี่ด้าน เหมือนกำแพงคุก หน้าบ้านที่ดีควรมีลักษณะโล่ง เพื่อเปิดรับพลังเข้าบ้านได้อย่างเต็มที่

อาจารย์กิตติพงษ อธิบายต่อว่า การสร้างบ้านหรือการซื้อบ้านใหม่ควรจะดูและสอบถามถึงที่มาก่อนว่าที่ดินหรือโครงการเป็นสุสานเก่าหรือไม่เพราะ เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพ จะมีพลังแห่งการเศร้าโศกหลงเหลืออยู่ เป็นวัดและโบสถ์ จะมีพลังของโลกแห่งวิญญาณ คือพลังหยิน และอาจะมีการปรากฏของวิญญาณ(ผี)ได้ โรงพยาบาลเก่า จะเป็นที่กักเก็บความถีของพลังแห่งการเจ็บป่วยและความตายได้ เป็นโรงฆ่าสัตว์ จะเป็นที่กักเก็บความตื่นตระหนก ความสิ้นหวังและความตาย

"หน้าบ้านเป็นวัด ศาลเจ้า สุสาน ในตำราบอกว่า พลังอินชี่ (พลังนิ่งตาย) ที่แผ่ออกมาจากสถานที่ดังกล่าว จะเป็นตัวสกัดชี่ที่ดีไม่ให้ไหลเข้าบ้าน ทางแก้ไขคือการใช้กระจกเว้า
หมายถึง การดูดซับในสิ่งที่เป็นมงคล หากสิ่งตรงข้ามนั้นเป็นสิ่งดีเราจะได้ภาพหรือวิสัยทัศน์ที่ดีไปด้วย"เขาระบุ

นอกจากนี้วิชาฮวงจุ้ยจะไม่แนะนำให้รีบสร้างบ้านหรือตึกบนพื้นที่ที่เคยถูกไฟไหม้มาก่อน เพราะพลัง "ชี่"ในที่ดินผืนนั้นได้ถูกเผาไฟทำลายไปแล้ว ควรจะฟื้นฟูที่แปลงนั้น
โดยการนำหน้าดินออกเสีย แล้วนำดินที่ที่อุดมสมบูรณ์เข้ามาแทนที่นั้น
 
 


บริษัทถูกและดีผ้าม่านและตบแต่งจำกัด
สำนักงานใหญ่ 52-54-56 ซอย 14/1 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กทม. 10600

โทรศัพท์ 0-2439-5589, 0-2437-6544
แฟกซ์ 0-2439-5594 มือถือ 081-612-4811
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 3032633536 ทะเบียนการค้าเลขที่ 0105550047984
สาขาชลบุรี โทรเบอร์080-450-5545
แผนที่

สนับสนุนโดยNamcharoen Machinery

สาขากระบี่: Penn's Shop
247 Moo 1, T. Saladan, Koh Lanta, Krabi 81150
โทร 083-509-1135 penns-shop@hotmail.com